ฝึกภาษาอังกฤษจาก joke ตลกบ้างไม่ตลกบ้างแล้วแต่บุคคล ลองแปลเองแล้วมีเฉลย (มีหลายหน้า จะพยายามเพิ่มทุกวัน)

เกริ่นไว้ก่อน ว่าถ้าไม่ตลก ก็อย่าโทษผม อเมริกันกับไทยตลกไม่เหมือนกัน เส้นตื้นเส้นลึกผิดกัน อ่านเพื่อฝึกภาษาก็แล้วกัน ถ้าบางเรื่องสุภาพน้อยไปหน่อยก็ขอโทษด้วย


This is a true story. A friend of mine grew up in a rural part of the U.S. sixty years ago and his family purchased much of their supplies from an itinerant salesman who would come by in his horse-draw cart every few weeks. According to my friend, times were hard and soft-drinks were not as common as they are today. My friend’s father and the salesman became good friends and got into the habit of betting as to whether the horse that pulled the wagon would urinate before or after the sale. The one losing the bet would buy the other a soft drink. My friend told me that his father consistently lost the bet and never could get the salesman to be the one to buy the soft drink.

The salesman eventually retired. My friend’s father happened to see him some time after his retirement and asked him how it was that he managed to win the bet as to when the horse would urinate on every occasion. The salesman said, “That’s easy. If you bet that Blackie would pee before the sale, I would hold on to the the reins and not let the reins drop until after the sale. If you bet that he would pee after the sale, I would drop the reins and he would empty his bladder.”


ศัพท์
rural = ชนบท ไม่ใช่ในเมือง
itinerant = ร่อนเร่ ไม่ได้มีที่เป็นประจำ
horse-drawn cart = รถลากด้วยม้า
times were hard = ยุคที่หาเลี้ยงชีพลำบาก
soft drinks = น้ำอัดลม
got into the habit = ทำกันจนเป็นนิสสัย
betting = พะนัน
consistently = เป็นประจำ
lost the bet = แพ้พะนัน
eventually retired = ในที่สุดเกษียณ
managed to win = ทำยังไงถึงชะนะ
pee = ฉี่
reins = บังเหียน
empty bladder = ปล่อยหมดกระเพาะปัสสาวะ

Blackie = ชื่อม้า


แปล
เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เพื่อนผมบ้านเกิดอยู่ในชนบทอเมริกาเมื่อหกสิบปีที่แล้ว ครอบครัวเขาซื้อสิ่งของหลายอย่างจากพ่อค้าเร่ที่ใช้รถม้าผ่านมาเป็นประจำทุกสองสามอาทิตย์ เพื่อนบอกว่าสมัยนั้นข้าวยากหมากแพงกว่าสมัยนี้ น้ำอัดลมมีไม่มากมายแบบสมัยนี้ พ่อเพื่อนกับพ่อค้ากลายเป็นเพื่อนสนิทกัน จนติดนิสสัยพะนันกันว่าม้าที่ลากรถม้านั้นจะเยี่ยวก่อนหรือหลังซื้อของแล้ว คนที่แพ้ต้องเลี้ยงน้ำอัดลมเลี้ยงคนที่ชะนะ เพื่อนเล่าว่าพ่อของเขาแพ้ทุกทีไม่เคยที่พ่อค้าเร่จะต้องเป็นคนซื้อน้ำอัดลมเลย

ในที่สุดพ่อค้าเกษียณ พ่อเพื่อนบังเอิญไปเจอพ่อค้าในเมืองเลยถามว่าทำยังไงถึงชนะพะนันว่าม้าจะเยี่ยวเมื่อไหร่ทุกที พ่อค้าบอกว่า “ง่ายนิดเดียว ถ้านายพะนันว่าอ้ายแบลกกี้จะเยี่ยวก่อนขายของ ฉันก็รั้งบังเหียนไว้ไม่ปล่อยให้ห้อยจนขายของเสร็จ ถ้านายพะนันว่าจะเยี่ยวหลังขายของเสร็จ ฉันก็ปล่อยบังเหียนให้ห้อย มันก็เยี่ยวเลย”



24 ส.ค. 2559 02:53
0 ความเห็น
8301 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1 โดย ศานติ

Curtis and Leroy saw an ad in the Starkville, MS Daily and bought a mule for $100.The farmer agreed to deliver the mule the next day.
The next morning the farmer drove up and said, "Sorry, fellows, I have some bad news, the mule died last night."
Curtis & Leroy replied, Well, then just give us our money back."
The farmer said, "Can't do that. I went and spent it already."
They said, "OK then, just bring us the dead mule."
The farmer asked, "What in the world ya'll gonna do with a dead mule?"
Curtis said, "We gonna raffle him off."
The farmer said, "You can't raffle off a dead mule!"
Leroy said, "We sure can! Heck, we don't hafta tell nobody he's dead!"

A couple of weeks later, the farmer ran into Curtis & Leroy at the Piggly Wiggly grocery store and asked. "What'd you fellers ever do with that dead mule?"
They said, "We raffled him off like we said we wuz gonna do."
Leroy said, "Shucks, we sold 500 tickets fer two dollars apiece and made a profit of $998."
The farmer said, "My Lord, didn't anyone complain?"
Curtis said, "Well, the feller who won got upset. So we gave him his two dollars back."
Curtis and Leroy now work for the government.

คำไข
ad = advertisement คำโฆษณา
Starkville, MS Daily = ชื่อ นสพ.เมืองเล็กๆ รัฐ Mississippi
mule = ฬ่อ ลูกผสม พ่อเป็น ฬา แม่เป็น ม้า
ya'll = you all เป็นสำนวนพูดคนย่านนั้น
gonna = going to สำนวนพูดอย่างมักง่าย
raffle = ซื้อฉลาก
Heck = คำอุธาน คล้ายพูดว่า ไม่เชื่อเหรอ
hafta = have to สำนวนพูดอย่างมักง่าย
couple of weeks = สองสามอาทิตย์
Piggly Wiggly grocery store = ชื่อร้านขายของชำ
we wuz = we were สำนวนพูดอย่างมักง่าย
fer = for สำนวนพูดอย่างมักง่าย
My Lord = พระเจ้าช่วยด้วย คำอุธาน
feller = fellow บุคคล

ลองอ่านดู แปลเองก่อน แล้วค่อยไปดูที่แปลไว้ มีคำถาม หรือ ความเห็น แสดงได้ตามสบายครับ ประชาธิปไตย

คำแปล
นายเคอร์ติสกับนายลีรอยเห็นโฆษณาใน นสพ.ประกาศว่ามีคนมีฬ่อขายราคา 100 เหรียญ เลยตกลงซื้อ ชาวนาเจ้าของฬ่อบอกว่าจะเอาฬ่อมาส่งให้วันรุ่งขึ้น
วันรุ่งขึ้นชาวนาขับรถมา แล้วบอกว่า "เสียใจ มีข่าวไม่ดี ฬ่อตายเมื่อคืนนี้"
เคอร์ติสกับลีรอย ตอบว่า "ไม่เป็นไร เอาเงินคืนมาก็แล้วกัน"
ชาวนาบอกว่า "คืนไม่ได้ เงินใช้ไปหมดแล้ว"
สองคนบอกว่า "ยังงั้นก็เอาฬ่อที่ตายแล้วมาก็ได้"
ชาวนาถามว่า "จะเอาฬ่อตายไปทำไม"
นายเคอร์ติสตอบว่า "จะเอาไปออกฉลาก"
ชาวนาว่า "ไม่มีทางเอาฬ่อตายไปออกฉลาก"
นายลีรอยตอบว่า "ทำไมจะไม่มีทาง อย่าบอกให้ใครรู้ว่าฬ่อตายแล้วซี"

ต่อมาอีกสองสามอาทิตย์ ชาวนาบังเอิญไปเจอสองคนก็เลยถามว่า "ฬ่อที่ตายเอาไปทำอะไร?"
สองคนตอบว่า "เอาไปเป็นรางวัลฉลากอย่างที่พูดไว้"
ลีรอยบอกว่า "เออ ขายฉลาก 500 ใบ ใบละ 2 เหรียญ ได้กำไร 998 เหรียญ"
ชาวนาบอกว่า "ตายจริง ไม่มีคนต่อว่าเหรอ"
เคอร์ติสตอบว่า "มีอยู่ คนที่จับฉลากได้โมโหมาก แต่เราก็คืนเงินให้เขาไป 2 เหรียญ"

เดี๋ยวนี้สองคนเป็นข้าราชการอเมริกันไปแล้ว (มีหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ชาวบ้าน) 555 (ตลกฝรั่งอีก พูดประชดเป็นทำนองว่าข้าราชการอเมริกันไม่ค่อยซื่อ เอาเปรียบชาวบ้านอยู่เป็นประจำ)



24 ส.ค. 2559 03:03


ความคิดเห็นที่ 2 โดย ศานติ

นี่เรื่องจริง เล่าเป็นภาษาอังกฤษให้ลองแปลเล่น แล้วจะมีคำไข อย่าลืม ใครมีข้อคิดหรือคำถาม หรือไม่เข้าใจ เพิ่มเติมหรือถามได้

Example of thinking outside the box.

A friend of mine who lectures at a well-known university in Bangkok, asked his class for opinions as to what to do to solve a problem that he was facing. According to my friend, the home he was living in had a large tamarind tree on the road in front of his house. This tamarind tree had become a public urinal for male passers-by who felt the need to empty their bladders. He asked his class for their opinion as to what he should do.

One polite student said, “Put up a sign that says ‘Please do not urinate here'.”

My friend said, “Tried that, didn’t work.”

Another student saiid, “Be less polite, use a sign that says ‘Do not piss here’.”

My friend said, “That was tried.”

A third student said, “Be rude, say ‘Place for dogs to pee’.”

“Didn’t work either, the tree still stank of urine and was starting to rot.”

There were no other ideas, so my friend said, “How about wrapping a big piece of red cloth around the trunk of the tree.“

The class said, “Did it work?”

“Yes, people started to place candles and incense sticks at the base of the tree and there was no more urinating.”


ศัพท์  solve a problem = แก้ปัญหา

facing = ผจญ

tamarind tree = ต้นมะขาม

public urinal = ทีปัสสาวะสาธารณะ

passer-by = คนสัญจร

empty bladder, urinate, piss (ไม่สุภาพ) = ถ่ายปัสสาวะ

opinion = ความเห็น

stank = เหม็น stink/stank/stunk

rot = ผุ เน่า

wrap/wrapping = ห่อ พันรอบ

candles and incense = เทียน กับ ธูป


คำแปล

ตัวอย่างของการคิดนอกกรอบ

เพื่อนผมคนหนึ่งเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยมีชื่อใน กทม. ขอความเห็นจากนักศึกษาในชั้นว่าจะแก้ปัญหาที่กำลังประสพอยู่อย่างไร เพื่อนบอกว่าที่ถนนหน้าบ้านที่เขาอยู่มีต้นมะขามใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง ต้นมะขามนี้กลายเป็นที่ปัสสาวะสาธารณะสำหรับชายสัญจรที่รู้สึกมีความจำเป็นต้องปัสสาวะ เพื่อนถามนักศึกษาว่าจะทำอย่างไรดี

นักศึกษามีมารยาทคนหนึ่งตอบว่า "ปิดป้ายว่า กรุณาอย่าปัสสาวะที่นี่"

เพื่อนว่า "ลองแล้ว ไม่สำเร็จ"

นักศึกษาอีกคนว่า "สุภาพน้อยลง ใช้ป้ายว่า ห้ามเยี่ยวที่นี่"

เพื่อนว่า "ลองแล้วเหมือนกัน"

นักศึกษาอีกคนบอกว่า "ต้องหยาบกว่านั้น ใช้คำว่า ที่หมาเยี่ยว"

"ไม่สำเร็จ ต้นมะขามยังมีกลิ่นคลุ้ง ทำท่าจะผุเอาด้วย"

หาความเห็นอื่นไม่ได้ เพื่อนเลยบอกว่า "เอาผ้าแดงผืนใหญ่ๆไปพันรอบต้นมะขาม เป็นยังไง?"

นักเรียนถามว่า "สำเร็จไหม?"

"สำเร็จ คนเริ่มเอาธูปเทียนไปวาง แล้วไม่มีการปัสสาวะอีกเลย"

24 ส.ค. 2559 03:17


ความคิดเห็นที่ 3 โดย ศานติ

A city dweller who considered himself to be well to do had just purchased a new luxury car and was showing it off to his girlfriend. He took it on the highway and took it on some unpaved country roads just to show the young lady how well the car handled on good roads and on bad roads. Unfortunately, he was too busy impressing the lady and was not paying much attention to driving. His brand new luxury car ended up stuck in the mud on the side of the road. He got out of the car and was trying to decide what to do when a farmer on his way home from working the fields drove by in his big muddy tractor and asked, “Mister, do you need any help? I have a chain on my tractor and can pull you out without any trouble.”

The owner of the luxury car looked at the big muddy tractor and looked at his car, then said, “You mean to tell me that you are going to use that dirty old tractor and a chain to pull my 65,000 dollar car?”

The farmer considered this for a few seconds and said, “I just changed my mind. No, I am not going to use my 180,000 dollar dirty tractor to pull out your 65,000 dollar car.” Got back in his tractor and drove away.


ศัพท์ที่อาจไม่คุ้น

city dweller = ชาวกรุง

well to do = รำ่รวยมีอันจะกิน

luxury = หรูหราฟุ่มเฟีอย

showing off = อวด

unpaved country road = ถนนชนบทที่ไม่ได้ราดยางหรือเทคอนกรีต

impress = ประทับใจ

handle = ในที่นี้หมายความว่ารถขับยังไง ดีแค่ไหน

not paying attention to driving = ไม่เอาใจใส่กับการขับรถ

stuck in the mud = ติดโคลน

working the field = ทำไร่ไถนา

without any trouble = โดยง่ายดาย

you mean = คุณหมายความว่า

consider for a few seconds = คิดอยู่ชั่วครู่

changed my mind = เปลี่ยนใจ


ชาวกรุงคนหนึ่งที่คิดว่าตนร่ำรวยเพิ่งซื้อรถราคาแพงมากำลังอวดรถพาสาวนั่งรถขับบนทางหลวงแล้วขับถนนชนบทที่ไม่ได้ราดยางเพื่อจะอวดว่ารถนั้นวิ่งเรียบทั้งถนนดีถนนไม่ดีโชคร้ายหน่อยมัวจีบสาวเพลินไม่ได้ตั้งใจขับรถรถใหม่เอี่ยมเลยลงเอยไปติดหล่มโคลนข้างทางเขาลงจากรถแล้วกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรดีพอดีมีชาวนาเพิ่งเสร็จจากทำนาขับแทรกเตอร์เปื้อนโคลนคันใหญ่ผ่านมาถามว่า "จะให้ช่วยไหม? บังเอิญมีโซ่ติดมือมาจะลากรถออกจากโคลนได้สบาย"

เจ้าของรถเก๋งหรูหรามองดูแทรกเตอร์โคลนพอกมองดูรถใหม่เอี่ยมของตนแล้วพูดว่า "หมายความว่าแกจะเอาแทรกเตอร์โกโรโกโสคันนั้นลากรถราคาหกหมื่นห้าของฉันเหรอ"

ชาวนาหยุดคิดชั่วครู่แล้วพูดว่า “ไม่หรอกนายเปลี่ยนใจแล้วไม่เอารถแทรกเตอร์แสนแปดไปลากรถหกหมื่นห้าของนายหรอก" ว่าแล้วก็ขึ้นแทรกแเตอร์ขับไป

เรื่องนี้เขาว่าจริงเป็นตัวอย่างแสดงความโอหังของฝรั่งชาวกรุงใหญ่ๆที่มีต่อชาวนาชาวสวนคิดว่าไม่มีความรู้ ลืมนึกไปว่าอาหารที่กินอยู่ทุกวันถ้าไม่ได้ชาวนาชาวสวนทำนาทำสวนทีละเป็นพันๆเอเคอร์ (1 acre = 2.5 ไร่) มีประสิทธิภาพสูง ก็ไม่มีอาหารกิน การทำนาทำไร่ขนาดนั้นต้องมีความรู้มากต้องมีอุปกรณ์ดีม่ายงั้นก็ล่มจม

24 ส.ค. 2559 05:37


ความคิดเห็นที่ 4 โดย ศานติ

Conversation between a man and a woman. Extensive questioning by the woman, two questions by the man.

Woman: "Do you drink?"
Man: "Yes."
Woman: "What do you drink?"
Man: "I drink beer."
Woman: " How much do you drink?"
Man: "Usually about three beers a day."
Woman: "How much does the beer cost?"
Man: "Five dollars including tip."
Woman: "How long have you been drinking?"
Man: "About twenty years."
Woman: "So a beer is $5 and you have 3 beers a day which puts your spending each month at $450. In one year it would be $5400, correct?"
Man: "Correct."
Woman: " If in one year you spend $5400, not counting for inflation, the past 20 years you have spent $108,000, correct?"
Man: "That's correct."
Woman: " Do you know that if you didn't drink beer, that money could have been put in a saving's account and with compound interest for 20 years, you could now be driving a Ferrari.
Man: "Do you drink beer?"
Woman: "No, definitely not."
Man: "Where is your Ferrari?"

คำไข
spend/spending = รายจ่าย
not counting inflation = ไม่คิดถึงการเฟิ้อของเงิน
saving's account = บัญชีเงินฝากประจำ
compound interest = ดอกเบี้ยทบต้น
Ferrari = รถสปอร์ทแพง

การสนทนาระหว่างหนุ่มกับสาว สาวถามมากมาย หนุ่มถามสองคำถาม

สาว: คุณดื่มหรือเปล่า?
หนุ่ม: ดื่มครับ
สาว: ชอบดื่มอะไร?
หนุ่ม: ผมชอบเบียร์
สาว: ดื่มมากน้อยแค่ไหน
หนุ่ม: วันละสักสามแก้ว
สาว: เบียร์ราคาเท่าไหร่
หนุ่ม: แก้วละ ๕ เหรียญ ถ้ารวมทิปด้วย
สาว: คุณดื่มมานานเท่าไหร่แล้ว
หนุ่ม: สัก ๒๐ ปีได้
สาว: ตกลงเบียร์แก้วละ ๕ เหรียญ ดื่มวันละสามแก้ว เดือนหนึ่งก็จ่ายค่าเบียร์ ๔๕๐ เฟรียญ ครบปีก็ ๕๔๐๐ เหรียญ ใช่ไหม?
หนุ่ม: ใช่ครับ
สาว: ถ้าปีหนึ่งค่าเบียร์ตก ๕๔๐๐ เหรียญ ไม่คิดถึงการเฟิ้อของเงิน ในระยะ ๒๐ ปีที่แล้วมาคุณก็จ่ายค่าเบียร์ไปหนึ่งแสนแปดพันเหรียญ จริงไหม
หนุ่ม: จริงครับ
สาว: คุณรู้ไหมว่า ถ้าคุณไม่ติดนิสสัยดื่มเบียร์ เอาเงินจำนวนนี้ฝากประจำกับธนาคาร มีดอกเบี้ยทบต้น ๒๐ ปี ป่านนี้คุณมีรถสปอร์ทเฟอรารี่ขี่แล้ว
หนุ่ม: คุณดื่มเบียร์หรือเปล่า
สาว: ไม่มีวันจะดื่ม
หนุ่ม: รถสปอร์ืเฟอรารี่ของคุณจอดอยู่ที่ไหน?
สาวอึ้ง พูดไม่ออก
24 ส.ค. 2559 06:10


ความคิดเห็นที่ 5 โดย ศานติ

Florida woman stops alligator attack using a small Beretta pistol

This is a story of self-control and marksmanship by a brave, cool-headed woman with a small pistol against a fierce predator. What is the smallest caliber that you would trust to protect yourself?

A Beretta Jetfire testimonial.... Here is her story in her own words:
"While out walking along the edge of a pond just outside my house in The Villages with my soon to be ex-husband discussing property settlement and other divorce issues, we were surprised by a huge 12-ft. alligator which suddenly emerged from the murky water and began charging us with its large jaws wide open. She must have been protecting her nest because she was extremely aggressive. If I had not had my little Beretta Jetfire .25 caliber pistol with me, I would not be here today!"

"Just one shot to my estranged husband's knee cap was all it took.... The 'gator got him easily and I was able to escape by just walking away at a brisk pace. It's one of the best pistols in my collection! Plus the amount I saved in lawyer's fees was really incredible."

"His insurance was the big bonus. I’m comfortable now."

ศัพท์ alligator - จรเข้ ชนิดหนึ่ง
self-control - การตั้งสติได้
marksmanship - ฝีมือแม่นปืน
predator - สัตว์ร้าย
caliber - ขนาดลำกล้อง
Beretta Jetfire - ปืนพกยี่ห้อ Beretta รุ่น Jetfire
The Villages - ชื่อหมุ่บ้านจัดสรร
soon to be - จวนจะเป็น
ex-husband - อดีตสามี
discussing property settlement - พูดจากกันถึงเรื่องการแบ่งทรัพย์สิน
murky water - น้ำขุ่น
charging - ไล่กัด
extremely aggressive - ดุร้ายมาก
estranged husband - สามีที่แยกกันอยู่แล้ว
knee cap - ลูกสะบ้าหัวเข่า
'gator - alligator ภาษาพูด
brisk pace - เดินเร็วๆ
lawyer's fees - ค่าทนาย
incredible - มากมาย
insurance (life insurance) - ปรเะกันชีวิต
bonus - เงินแถม



หญิงรัฐฟลอริดาสู้จรเข้ใช้ปืนพกเบเรตต้าขนาดเล็ก (หัวข่าว)


เรื่องนี้เป็นเรื่องแสดงถึงความสามารถตั้งสติ กับ แสดงฝีมือแม่นปืนของสาวใจกล้า แถมใจเย็น ที่ใช้ปืนลำกล้องเล็กต่อสู้สัตว์ร้าย ขอถามผู้อ่านว่าถ้าจะป้องกันตัวเองอย่างน้อยจะต้องการขนาดลำกล้องสักเท่าใด ?

คำชมเชยปืน Beretta รุ่น Jetfire นี่คือคำพูดของเธอเอง ..... ระหว่างที่ฉันกับผู้ที่จวนจะเป็นอดีตสามีเดินอยู่ขอบสระข้างบ้านในหมู่บ้านจัดสรรชื่อ The Village เพื่อตกลงแบ่งทรัพย์สินเมื่อหย่ากันแล้ว กับพูดกันถึงเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการหย่าร้าง เราสองคนตกใจอย่างมากเมื่อจรเข้ตัวใหญ่ยาวประมาณ 12 ฟุต โผล่ขึ้นมาจากน้ำขุ่นๆ แล้วอ้าปากกว้างวิ่งเข้ามาหาเรา ฉันคิดว่ามันคงป้องกันรังของมันเพราะท่าทางดุเหลือเกิน ถ้าไม่ได้พก Beretta Jetfire ขนาดลำกล้อง .25 นิ้วอยู่ (ขนาดลำกล้องเล็กมาก โตกว่าลูกกรด - .22 นิดเดียว) คงไม่ได้รอดมีโอกาสมาเล่า

ฉันยิงนัดเดียวเท่านั้นแหละ กลางลูกสะบ้าหัวเข่าสามีที่แยกทางกันแล้ว อ้ายเข้ก็คว้าตัวเขาไปอย่างง่ายดาย ฉันเพียงแค่เดินเลี่ยงไปเร็วๆหน่อยเท่านั้น ปืนนี้จัดว่าเป็นปืนที่ดีที่สุดที่ฉันสะสมอยู่ นอกจากนั้นแล้วยังทุ่นเงินค่าทนายไปอย่างไม่น่าเชื่อ เงินประกันชีวิตของเขาก็เป็นของแถมชิ้นใหญ่ด้วย ตอนนี้ฉันมีอันจะกินแล้ว

24 ส.ค. 2559 06:22


ความคิดเห็นที่ 6 โดย ศานติ

The maid asks the lady of the house for a raise.

The wife was unwilling to give her a raise and decided to talk to her about the raise.

She asked: "Why do you want a pay increase?"

Maid: "Well, there are three reasons why I want to have a raise.“ "The first reason is that I iron better than you do.

Wife: "Who said you iron better than I do?

Maid: “Your husband tells me all the time.”

Wife: "Oh yeah?"

Maid: "The second reason is that I am a better cook than you are.”

Wife: "Nonsense, who said you are a better cook than I?”

Maid: “Your husband did."

Wife, getting increasingly agitated, "Oh he did, did he?"

Maid: "The third reason is that in bed, I am better that you.

Wife, really boiling now and through gritted teeth said, "And did my husband say that as well?"

Maid: "No, Mrs. Johnson, ”The gardener did."

Wife: "So then, how much of a raise did you have in mind?"


คำศัพท์

lady of the house = คุณนายเจ้าของบ้าน

unwilling = ไม่เต็มใจ

raise = ขึ้นเงินเดือน

iron = รีดผ้า

oh yeah = ยังงั้นเหรอ

nonsense = เป็นไปไม่ได้ไม่จริงไม่เชื่อ

agitated = งุดหงิดไม่สบายใจ

boiling = เดือดแค้น

gardener = คนสวน

have in mind = คิดอยู่ว่าสักเท่าไหร่


แปล

สาวใช้บอกคุณนายเจ้าของบ้านว่าอยากได้เงินเดือนเพิ่ม

คุณนายไม่เต็มใจจะขึ้นเงินเดือนให้ เลยคิดจะพูดจาให้รู้เรื่องกัน

ถามสาวใช้ว่า “หนูมีเหตุผลอะไรที่จะขอขึ้นเงินเดือน"

สาวบอกว่า "มีเหตุผล 3 ประการที่ทำให้หนูต้องการให้ขึ้นเงินเดือน ประการแรก หนูรีดผ้าได้ดีกว่าคุณนาย"

คุณนายว่า "ใครบอกว่าหนูรีดผ้าได้ดีกว่าฉัน"

สาวใช้ตอบว่า "สามีคุณนายพูดอยู่บ่อยๆ"

คุณนาย “ไม่จริงมั้ง ไม่น่าเชื่อ"

สาวใช้ "ประการที่สอง หนูทำกับข้าวอร่อยกว่าคุณนาย"

คุณนาย "เป็นไปไม่ได้ ใครว่า"

สาวใช้ "คุณผู้ชายพูดค่ะ"

คุณนายชักอารมณ์เสีย "คุณผู้ชายพูดอย่างนั้นเหรอ"

สาวใช้ "ประการที่สาม ถ้าพูดถึงเรื่องในมุ้งหนูก็เก่งกว่าคุณนาย"

คุณนายเดือดพล่านเลย กัดฟันแน่น ถามว่า "ผัวฉันเขาพูดกะแกยังงั้นเหรอ"

สาวใช้ "ไม่ใช่ค่ะ คนสวนเขาบอกหนู"

คุณนาย “เอายังงี้ ไอ้เรื่องเงินเดือนน่ะ หนูคิดว่าควรจะเพิ่มเป็นสักเท่าไหร่ดี"

24 ส.ค. 2559 06:46


ความคิดเห็นที่ 7 โดย ศานติ

Following an extensive examination, the doctor said, “I am not exactly sure of the cause. I think it could be due to alcohol.”

Patient: “That’s OK. I will come back when you are sober.”


ศัพท์  extensive examination = ตรวจร่างกายอย่างถี่ถ้วน

not exactly sure = ไม่แน่ใจเต็มที่

alcohol = แอลกฮอล ในที่นี้เขาหมายถึง เหล้า

sober = สร่างเมา


แปล  หลังจากตรวจร่างกายอย่างถึ่ถ้วนแล้ว แพทย์บอกคนไข้ว่า “ไม่แน่ใจนักว่าที่ป่วยนั้นสาเหตุมาจากอะไร แต่คิดว่าอาจเป็นเพราะแอลกอฮอล”

คนไข้ตอบว่า “ไม่เป็นไรครับ ผมกลับมาใหม่ตอนหมอค่อยสร่างแล้วก็ได้“



Sam goes to the doctor for his yearly check-up. “Everything is fine”, said the doctor, “You’re doing OK for your age.”

“For my age?” questioned Sam, “I’m only 75, do you think I’ll make it to 80?

“Well” said the doctor, “do you drink or smoke?”

“No” Sam replied.

“Do you eat fatty meat or sweets?”

“No” said Sam “I am very careful about what I eat.”

“Do you have anything to do with young women?”

“No, they are not interested in older men.”

“How about your activities? Do you engage in thrilling behaviors like speeding or water skiing?

“No” said Sam taken aback, “I would never engage in dangerous activities.”

“Well,” said the doctor, “then why in the world would you want to live to be 80?


ศัพท์ yearly check-up = ตรวจร่างกายประจำปี

thrilling behavior = การกระทำที่ตื่นเต้น

why in the world = เรื่องอะไรจะ


แปล  นายแซมไปหาแพทย์เพื่อตรวจร่างกายประจำปี แพทย์บอกว่า “ทุกอย่างเรียบร้อย สมกับวัย”

แซมว่า “หมอว่า สมกับวัย แต่ผมอายุแค่ 75 แล้วหมอคิดว่าจะอยู่ถึง 80 ไหม?”

หมอตอบว่า “คุณดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่หรือเปล่า?”

“ไม่ครับ” แซมตอบ

“กินไขมันหรือของหวานๆหรือเปล่า?” หมอถาม

“ไม่ครับ ผมระวังเรื่องอาหารมาก”

“ยังยุ่งกับสาวหรือเปล่า?”

“ไม่ครับ เขาไม่สนใจคนสูงอายุ”

“แล้วเรื่องอื่นๆที่น่าตื่นเต้นเช่น ขับรถเร็ว เล่นสกีน้ำ ล่ะ?” หมอถาม

“ไม่ครับ” แซมชักงง “อะไรๆที่อันตรายผมไม่ยุ่งด้วย”

“เออ ถ้ายังงั้น ทำไมถึงอยากอยู่ไปจนอายุ 80?”

26 ส.ค. 2559 06:10


ความคิดเห็นที่ 8 โดย ศานติ

Joke ฝรั่ง ไทยเราอ่านแล้วไม่เห็นว่าตลกตรงไหน ผมคิดว่าเรามัวแต่คิดกันว่าเป็นเรื่องจริง หรือไม่ก็ถามตัวเองว่าจริงหรือไม่ เป็นไปได้หรือไม่ ถ้ามัวคิดว่าจริงหรือไม่จริงก็หายตลก  อีกอย่างก็คือ joke ฝรั่งมักมี punch line (punch = ชก line = บันทัด) หมายถึงบันทัดสุดท้ายหรือย่อหน้าสุดท้ายที่คาดไม่ถึง คล้ายโดนชกโดยไม่รู้ตัว ถ้าขาด punch line ก็ไม่ตลก อ่าน punch line แล้วมักจะต้องคิดเพราะมักไม่ตรงไปตรงมา เช่น joke ท้ายสุด ถ้าคิดเผินๆก็ไม่ตลก แต่ถ้าคิดลึกไปหน่อย เหล้าบุหรี่เลิกหมดแล้ว อาหารอร่อยๆก็ไม่กิน ผู้หญิงก็ไม่ยุ่ง อะไรที่น่าตื่นเต้นก็ไม่ทำ ในสายตาของหมอซึ่งยังไม่แก่ ในชีวิตไม่มีอะไรเหลือแล้ว เป็นห่วงไปทำไมว่าจะอยู่ถึง 80 หรือไม่

ถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจ punch line ถามมาได้ จะพยายามอธิบายให้

26 ส.ค. 2559 08:00


ความคิดเห็นที่ 9 โดย ศานติ

It was payday and his friends suggested that they have a few drinks before going home.  He and his friends enjoyed themselves immensely and he did not get home until 2 a.m., minus his pay-check. His wife met him at the door.  She was very angry and yelled and screamed at him for a full ten minutes.  She finally got control of herself and asked him if he would be happy if he did not see her for a few days.  He admitted that he would. That was Friday night.  He did not see her on the following day nor for 2 days after that. Finally on Tuesday, the swelling had gone down sufficiently for him to see her out of the eye that was less swollen.

ศัพท์  payday = วันเงินเดือนออก

have a few drinks = ดื่มอะไรกันนิดหน่อย

enjoyed themselves immensely = สนุกสนานกันมากมาย

minus = ขาด ลบ

pay-check = เงินเดือน

yelled and screamed = ต่อว่า ตะโกนด่า

full ten minutes = สิบนาทีเต็มๆ

got control = คุมสติได้

admitted = ยอมรับ

swelling = บวม


แปล  วันนั้นเป็นวันเงินเดือนออก เพื่อนๆชวนไปดื่มอะไรกันนิดหน่อยก่อนกลับบ้าน เขากับเพื่อนๆสนุกสนานกันมาก ไม่กลับบ้านจนตีสอง เงินเดือนหมดด้วย เมียเขามาพบที่ประตู หล่อนโกรธมาก ร้องตะโกนด่าลั่นอยู่สิบนาที ในที่สุดคุมสติได้ ถามเขาว่าถ้าไม่เห็นหน้ากันสักสามสี่วันจะมีความสุขไหม เขายอมรับว่าคงจะมีความสุข คืนนั้นเป็นคืนวันศุกร์ วันรุ่งขึ้นเขาไม่เห็นหน้าเมีย ต่อมาอีกสองวันก็ยังไม่เห็น ในที่สุดถึงวันอังคารตาหายบวมไปบ้างเขาเลยพอมองเห็นหน้าเมียจากตาข้างที่บวมน้อยกว่า

27 ส.ค. 2559 11:54


ความคิดเห็นที่ 10 โดย ศานติ

The teacher said to his class one day, “Anyone who thinks they’re stupid, please stand up.”

Nobody stood up so the teacher said, “I guess nobody thinks that they are stupid.”

At this point Little Johnny stood up.

The teacher said, “Oh Johnny! So you think you’re stupid then?”

Little Johnny replied, “No, I just felt bad that you were the only one standing up and wanted to keep you company.”


วันหนึ่งครูบอกนักเรียนในชั้นว่า "ใครคิดว่าตัวเองโง่ ให้ยืนขึ้น"

ไม่มีใครยืนขึ้น ครูเลยพูดว่า "ดูท่าทีไม่มีใครคิดว่าตัวเองโง่"

พอถึงตอนนี้น้องจอนนี่ยืนขึ้น

ครูพูดว่า "จอนนี่ เธอคิดว่าตัวเองโง่เหรอ?"

จอนนี่ตอบว่า "เปล่าครับ เห็นครูยืนอยู่คนเดียวก็เศร้า เลยยืนเป็นเพื่อน"

27 ส.ค. 2559 20:14


ความคิดเห็นที่ 11 โดย ศานติ

I was in the six item express lane at the store awaiting my turn, when a woman, completely ignoring the sign, cut in with a cart piled high with her selection. I was fuming but did not want to cause a scene.

Imagine my delight when the cashier beckoned the woman to go forward, looked into the cart and asked sweetly:"So which six items would you like to buy?"


ศัพท์   six item express lane = คิวด่วนสำหรับลูกค้าที่ซื้อของไม่เกิน 6 ชนิดรอชำระเงิน

awaiting my turn = รอถึงคราวฉัน

ignoring the sign = ไม่ใยดีต่อป้าย (ที่เขียนว่า ไม่เกิน 6 อย่าง)

fuming = เดือดพล่าน

cause a scene = ทำให้เป็นเรื่องอื้อฉาว

imagine my delight = ลองคิดดูว่าฉันดีใจแค่ไหน

beckoned = กวักมือเรียก


ฉันยืนอยู่ในคิวด่วนที่จำกัดของไม่เกิน 6 ชนิด รอจะถึงตาจ่ายเงิน มีผู้หญิงคนหนึ่งไม่ใยดีต่อป้ายมีรถเข็นบันทุกของเต็มเอียดตัดหน้าฉันในคิว ฉันเดือดพล่านเลยแต่อดปากไว้ ไม่อยากให้มันเป็นเรื่องอื้อฉาว

รู้ไหมว่าฉันดีใจแค่ไหน เมื่อถึงคราวแคชเชียร์กวักมือเรียกผู้หญิงคนนั้น มองลงไปในรถเข็น แล้วถามด้วยน้ำเสียงที่หวานมาก ว่า “หกอย่างที่ต้องการซื้อนะ อันไหนบ้าง”


************

Because they had no reservations at a busy restaurant, my elderly neighbor and his wife were told there would be a 45 minute wait for a table.

"Young man, we're both 90 years old," the husband said. "We may not have 45 minutes."

They were seated immediately.


ศัพท์ elderly neighbor = เพื่อนข้างบ้านสูงอายุ

45 minute wait = รอ 45 นาที


โดยเหตุที่ไม่ได้จองโต๊ะไว้ล่วงหน้าที่ภัตตาคารที่มีคนแน่น พนักงานต้อนรับเลยบอกเพื่อนบ้านสูงอายุของผมกับภริยาของเขาว่า จะต้องรอ 45 นาทีกว่าจะมีโต๊ะว่าง

สามีบอกพนักงานว่า “หลานชาย เราสองคนอายุ 90 แล้ว อาจมีเวลาเหลือไม่ถึง 45 นาที”

เขาจัดที่นั่งให้ทันที

27 ส.ค. 2559 20:58


ความคิดเห็นที่ 12 โดย ศานติ

All eyes were on the radiant bride as her father escorted her down the aisle. They reached the altar and the waiting groom. The bride kissed her father and placed something in his hand.

The guests in the front pews responded with ripples of laughter. Even the priest smiled broadly.

As her father gave her away in marriage, the bride gave him back his credit card.


ศัพท์   all eye were on = สายตาทุกคู่จับอยู่ทึ่

radiant bride = เจ้าสาวหน้าตาสดชื่น

escort = พาเดิน

aisle = ทางเดินในโบสถ์

altar = หน้าโบสถ์ ที่ตั้งแท่นรับศีล

groom = เจ้าบ่าว

gave her away = ส่งตัวให้เจ้าบ่าว

(ในพิธีทางคริสต์ศาสนา ในพิธีแต่งงานเจ้าบ่าวจะยืนรออยู่ในโบสถ์หน้าแท่นรับศีล พ่อเจ้าสาวจะเดินคู่ไปกับเจ้าสาว พาไปมอบตัวให้เจ้าบ่าว แล้วถึงเริ่มพิธีทางศาสนา)


สายตาทุกคู่จับอยู่ที่เจ้าสาวที่หน้าตาสดชื่นระหว่างที่พ่อกำลังพาเดินไปยังแท่นรับศีลที่เจ้าบ่าวกำลังรออยู่ เมื่อถึงแท่นเจ้าสาวก็จูบพ่อแล้วในขณะเดียวกันก็ยื่นอะไรอย่างหนึ่งใส่มือพ่อ

แขกเชิญที่อยู่แถวหน้าๆเห็นก็หัวเราะกันใหญ่ แม้กระทั่งบาดหลวงก็อดยิ้มไม่ได้

เพราะตอนที่เจ้าสาวจูบพ่อนั้น เธอยื่นเครดิตการ์ดของพ่อคืนให้พ่อ


******************


Women and cats will do as they please, and men and dogs should relax and get used to the idea.

หญิงกับแมวมักจะทำอะไรตามใจชอบ ไม่มีทางห้ามได้ ดังนั้นชายกับหมาก็ควรจะปล่อยเลยตามเลย ให้ติดเป็นนิสสัย ไม่คิดอะไรมาก.

27 ส.ค. 2559 21:29


ความคิดเห็นที่ 13 โดย ศานติ

Three friends were discussing the future when the subject of death came up and each gave his opinion as to how he would like to be remembered at the viewing.  One man said, "I would like the visitor to say that I was a wonderful husband, a good father and a good teacher."

The second man said, "I would like my friends to say, "He was a good business man, very honest and always willing to go out of his way to help the anyone."

The third man thought for a few seconds and said that he would like one or some of the visitors at the viewing to say, "Look he is moving!"


ศัพท์  discussing the future = คุย ถกเถียงกัน ถึงอนาคต

subject of death = เรื่องการตาย

viewing = ธรรมเนียมฝรั่งตอนตายแล้ว ถ้าหน้าตายังดูได้เขาจะมีพิธีให้ญาติพี่น้อง เพื่อน คนร่วมงานมาเห็นหน้าเป็นครังสุดท้าย ศพอยู่ในโลงแล้วแต่โลงยังเปิดอยู่ คล้ายๆรดน้ำศพของเรา แต่ของเราทำก่อนใสโลง viewing แปลว่าการดู ในที่นี้หมายความว่ามาเห็นหน้ากันเป็นครั้งสุดท้าย

go out of his way =  ออกนอกลู่นอกทาง


เพื่อนสามคนนั่งคุยกันถึงอนาคต ในที่สุดก็หันมาพูดกันถึงเรื่องมรณะ แต่ละคนก็ให้ความเห็นว่าอยากจะให้ผู้มาเยี่ยมศพนึกถึงตนในแง่ไหน คนหนึ่งพูดว่า "อยากให้แขกที่มาเยี่ยมรำลึกว่าเป็นสามีที่ดี เป็นพ่อที่ดี และเป็นครูดี"

คนที่สองว่า "ฉันอยากให้เพื่อนๆรำลึกถึงฉันว่าเป็นนักธุรกิจดี ซื่อสัตย์มาก และเต็มใจออกนอกลู่นอกทางเพื่อช่วยใครโดยไม่เลือก"

คนที่สามคิดชั่วครู่ แล้วบอกว่าอยากจะให้แขกคนใดคนหนึ่งหรือบางคนเมื่อมองในโลงแล้วเอ่ยปากว่า "ดูซี ยังขยับตัวอยู่เลย"

28 ส.ค. 2559 10:20


ความคิดเห็นที่ 14 โดย ศานติ

At dinner a boy asks his father, "Dad, are worms good to eat?"

His dad said, ”That's disgusting. Don't talk about things like that over dinner”.

After dinner the father asks, "Now, son, what did you want to ask me?"

"Oh, nothing," the boy says. "There was a worm in your soup, but now it’s gone."


ศัพท์ dinner = อาหารมื้อหลัก ส่วนมากเป็นอาหารค่ำ แต่อาจเป็นอาหารกลางวันก็ได้เช่นวันอาทิตย์

good to eat = กินได้มีคุณภาพ

disgusting = น่าขยะแขยง น่าเกลียด

over dinner = ระหว่างกินข้าว

nothing = เรื่องเล็ก


ระหว่างกำลังกินข้าวกันอยู่ ลูกชายถามพ่อว่า “หนอนน่ะกินได้ไหมพ่อ?”

พ่อตอบว่า “น่าขยะแขยง ไม่ควรเอาเรื่องแบบนั้นมาพูดระหว่างกินข้าว”

หลังอาหารแล้ว พ่อถามลูกว่า “ลูกมีเรื่องอะไรจะถามใช่ไหม?”

ลูกตอบว่า “เรื่องเล็กครับ ไม่สำคัญแล้ว ตอนนั้นเห็นหนอนอยู่ในถ้วยแกงจืดของพ่อ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว”

28 ส.ค. 2559 21:00


ความคิดเห็นที่ 15 โดย ศานติ

This is the true story of George Phillips of Meridian, Mississippi, who was going to bed when his wife told him that he'd left the light on in the shed. George opened the door to go turn off the light but saw there were people in the shed in the process of stealing things.

He immediately phoned the police, who asked, "Is someone in your house?" and George said, "No," and explained the situation. Then they explained that all patrols were busy, and that he should simply lock his door and an officer would be there when available.

George said, "Okay," hung up, counted to 30, and phoned the police again.

"Hello, I just called you a few seconds ago because there were people in my shed. Well, you don't have to worry about them now because I've just shot them all."

Then he hung up. Within five minutes three squad cars, an Armed Response unit, and an ambulance showed up. Of course, the police caught the burglars red-handed.

One of the policemen said to George, "I thought you said that you'd shot them!"

George said, "I thought you said there was nobody available!" 


ศัพท์   shed = อาคารเล็กๆใช้เป็นที่เก็บของ

in the process = กำลังทำอะไร

immediately = ทันที

situation = สถานะการณ์

patrol / police patrol = สายตรวจตำรวจ

hang up/hung up = วางหูโทร.

squad car = รถตำรวจ

Armed Response Unit = หน่วยอาวุธ

caught red-handed = จับได้คาหนังคาเขา

ambulance = รถพยาบาล

available = มีใช้


นี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับนาย George Phillips เมือง Meridian รัฐ Mississippi เขากำลังจะเข้านอน ภริยาเตือนว่าเขาลืมดับไฟในโรงเก็บของ เขาเปิดประตูบ้านเพื่อไปดับไฟในโรงเก็บของ แต่เห็นว่ามีคนหลายคนอยู่ในโรงเก็บของกำลังขะโมยของอยู่

เขาโทร.ไปหาตำรวจทันที ตำรวจถามว่า “มึคนร้ายอยู่ในบ้านหรือเปล่า?” เขาตอบว่า “ไม่มี” แล้วอธืบายสถานะการณ์ให้ตำรวจฟัง ตำรวจตอบว่า “ตอนนี้สายตรวจต่างๆกำลังติดงานยังไปไม่ได้ ให้ลั่นกุญแจประตูบ้านไว้ก่อน มีใครว่างเมื่อไหร่ก็จะส่งไป”

จอร์จตอบ “โอเค” แล้ววางหู นับถึง 30 แล้วโทร.ตำรวจอีกครั้ง

“สวัสดี ผมเพิ่งโทร.มาเรื่องมีคนในโรงเก็บของกำลังขะโมยของอยู่ แต่คุณไม่ต้องห่วงแล้ว ผมยิงมันทั้งหมดแล้ว” ว่าแล้วก็วางหู

ภายในระยะเวลาไม่ถึง 5 นาทีมีรถตำรวจ 3 คัน หน่วยอาวุธหนึ่งหน่วย กับรถพยาบาลหนึ่งคัน มาถึงบ้าน จับคนร้ายได้คาหนังคาเขา

ตำรวจคนหนึ่งพูดกับจอร์จว่า “ไหนคุณว่าคุณยิงคนร้าย?”

นายจอร์จ ตอบว่า “ก็ไหนคุณว่าตำรวจไม่ว่างสักคน”


28 ส.ค. 2559 21:41


ความคิดเห็นที่ 16 โดย ศานติ

A man had just come back from around the world trip and discovered that he had an illness affecting his most cherished organ. He saw a local doctor who diagnosed it as a serious case of Takashima disease with extremely poor prognosis. He insisted on having a second opinion. His local physician referred him to a expert in San Francisco who said, “It’s Takashima disease.”

The man said, “I know that. What I want to know is if you can treat it.”

The expert said, “The only treatment currently available is amputation.”

The man said, “I don’t want that. I want another opinion.”

The expert said, “I’ll refer you to Dr. Takashima himself. He is in Tokyo and he is the one that discovered the disease.”

The man went to Tokyo and was seen by Dr. Takashima, who said, “It’s a classic case of Takashima disease.”

“I know that. What can be done for it? The doctor in San Francisco wanted to amputate. I don’t want that!”, said the man.

Dr. Takashima shook his head, said, “American doctors ‘knife happy’, always want to cut, cut, cut. Not necessary. Wait three months, fall off on itself.”


ศัพท์   affecting = มีผลต่อ

most cherished organ = อวัยวะที่หวงแหนที่สุด

diagnose = วินิจฉัยโรค

prognosis = การพยากรณ์ผลของโรค

second opinion = ความเห็นที่สอง อาจเป็นเพราะหมอไม่แน่ใจ หรือ คนไข้ไม่แน่ใจว่าหมอรู้จริง

treat = รักษา

currently available = ที่มีอยู่ขณะนี้

discover = ค้นพบ

classic case = ตัวอย่างที่ดีของโรค ตรงตำรา

amputate = ตัดทิ้ง

knife happy = ชอบผ่าตัด เอาแต่จะผ่าตัดท่าเดียว

necessary = จำเป็น

fall off = หลุด หล่น


ชายเพิ่งกลับจากเดินทางรอบโลกมา มารู้ว่าเป็นโรคที่เกี่ยวกับอวัยวะที่หวงแหนที่สุด ไปหาหมอท้องถิ่นซึ่งวินิจฉัยว่าเป็นโรค Takashima การพยากรณ์โรคไม่ดีเลย เขาต้องการความเห็นที่สอง หมอท้องถิ่นส่งเขาไปหาผู้เชี่ยวชาญที่แซนแฟรนซิสโก ซึ่งบอกเขาว่า "เป็นโรค Takashima"

เขาตอบว่า "รู้แล้ว ที่อยากจะรู้ก็คือ หมอจะรักษาได้ไหม?"

ผู้เชี่ยวชาญตอบว่า "ทุกวันนี้มีทางรักษาทางเดียว คือ ตัดทิ้ง"

ชายบอกว่า "ไม่เอา ต้องการอีกความเห็น"

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า "ยังงั้นส่งไปหา หมอ Takashima เลย อยู่โตเกียว เป็นคนค้นพบโรคนี้"

ชายไปโตเดียว พบ นพ.Takashima ซึ่งบอกเขาว่า "เป็นโรค Takashima ตามตำราเป๊ะเลย"

ชายว่า "รู้แล้ว จะรักษายังไง หมอที่แซนแฟรนซิสโกเขาว่าต้องตัดทิ้ง ผมไม่ต้องการให้ตัดทิ้ง"

นพ. Takashima สั่นหัว "หมออเมริกันติดนิสสัยชอบผ่าตัด อะไรอะไร ก็จะตัด ตัด ตัด ไม่จำเป็น รอแค่สามเดือนก็ร่วงเอง"

28 ส.ค. 2559 22:40


ความคิดเห็นที่ 17 โดย ศานติ

A somewhat overweight teacher was teaching her youngsters about farm animals and asked the class, “What do cows give use?” “Milk”, was one answer, “Steak”, was the other.

How about chickens? One bay said, “Meat”, another said, “Eggs”.

Then, “What do pigs give us?” The first and final answer was, “Homework.”


ศัพท์ - overweight = น้ำหนักเกินปกติ

farm animals = สัตว์เลี้ยงใช้


ครูซึ่ง นน.ค่อนข้างจะเกิน กำลังสอนเด็กนักเรียนถึงสัตว์ที่เลี้ยงไว้ใช้งาน ถามนักเรียนว่า “วัวให้อะไรแก่เราบ้าง” เด็กคนหนึ่งตอบว่า “นม” อีกคนตอบ “เนื้อวัว” ครูถาม “แล้วไก่ล่ะ” คนหนึ่งตอบ “ให้เนื้อ” อีกคนตอบ “ให้ใข่” ถามต่อไปว่า “แล้วหมูล่ะ ให้อะไร” คำตอบแรกซึ่งเป็นคำตอบสุดท้าย คือ “ให้การบ้านครับ”

30 ส.ค. 2559 02:46


ความคิดเห็นที่ 18 โดย ศานติ

A man walked into a crowded bar brandishing a Colt .45 and announced, “Seven rounds in the magazine and one in the chamber, making eight. I want the guy who’s been messing around with my wife.” The bar went silent. Everybody held their breath. Finally there was a soft squeaky voice from the back of the room, “Mister, you don’t have enough bullets.”


ศัพท์ - crowded = คนแน่น

brandishing = โบกไปมา

Colt .45 = ปืน Colt ขนาดลำกล้อง .45 นิ้ว

rounds = ลูกปืน

chamber = รังเพลิงปืน

messing around = ยุ่งเกี่ยว

hold/held their breath = กลั้นหายใจ

squeaky voice = เสียงแหบๆ


ชายเดินเข้าบาร์ขายเหล้าที่คนแน่น โบกปืน Colt .45 แล้วประกาศว่า “เจ็ดนัดในแมกกาซีน กับอืกนัดในลำเพลิง รวมเป็นแปดนัด ข้าต้องการพบอ้ายคนที่มายุ่งกะเมียข้า” เสียงในบาร์เงียบลง ใครๆก็กลั้นหายใจ ในที่สุดมีเสียงแหบเบาๆจากหลังห้อง “พี่ครับ พี่เอากระสุนมาไม่พอ”

30 ส.ค. 2559 03:13


ความคิดเห็นที่ 19 โดย ศานติ

A couple wants a divorce, but first they must decide who will have custody of their child. The judge asks both the man and woman for a reason why they should be the one to keep the child. The judge asks the woman first. She says, "Well I carried this child around in my belly for nine months and I had to go through a painful birth process, this is my child and a part of me." The judge is impressed and then turns to ask the man the same question. The man replies, "OK, I take a coin and put it in a soft drink machine and a soft drink comes out, now tell me who the drink belong to, to me or to the machine"


ศัพท์ - divorce = หย่าร้าง

custody = ปกครอง เลี้ยงดู

carried = แบกหาม

belly = ช่องท้อง ภาษาพูด คล้ายคำว่า พุง

birth process = กระบวนการคลอด

impressed = ทึ่ง

coin = เงินเหรียญ

soft drink = น้ำอัดลม


สามีภริยาขึ้นศาลเพื่อหย่าร้างกัน แต่ก่อนอื่นต้องตกลงกันว่าใครจะได้ลูกมาเลี้ยง ผู้พิพากษาถามทั้งสองฝ่ายถึงเหตุผลที่ตนน่าจะได้ลูกมาเลี้ยง ถามหญิงก่อน หญิงตอบว่า “ฉันโอบอุ้มลูกอยู่ในท้องเก้าเดือน ผ่านการคลอดที่เจ็บปวด นี่ลูกของฉันและเป็นส่วนหนึ่งของฉัน” ผู้พิพากษาทึ่งในคำตอบ หันไปถามชายด้วยคำถามเดียวกัน ชายตอบว่า “เอายังงี้ ผมเอาเหรียญหยอดใส่เครื่องขายน้ำอัดลม น้ำอัดลมออกมา ไหนบอกผมหน่อยซิว่าน้ำอัดลมเป็นของผมหรือของเครื่อง”

30 ส.ค. 2559 06:41


ความคิดเห็นที่ 20 โดย ศานติ

Two friends were walking in the woods when one was bitten on a crucial organ by a rattlesnake. “I’ll go into town for a doctor,” the other says. He runs to a nearby small town and finds the only doctor delivering a baby.

“I can’t leave,” the doctor says. “But here’s what to do. Take a knife, cut a little X where the bite is, suck out the poison and spit it on the ground.”

The guy runs back to his friend, who is in agony. “What did the doctor say?” the victim cries.

“He says you’re gonna die.”


ศัพท์ - crucial organ = อวัยวะที่สำคัญมาก

rattle snake = ชนิดของงูพิษร้าย

delivering a baby = ทำคลอด

agony = เจ็บปวดสาหัส


ชายเพื่อนกันสองคนเดินอยู่ในป่า คนหนึ่งโดนงูพิษร้ายกัดที่อวัยวะที่สำคัญมาก เพื่อนบอกว่า จะเข้าเมืองไปตามหมอมาให้ แล้ววิ่งไปเมืองเล็กๆใกล้เคียง ปรากฎว่าหมอมีคนเดียว กำลังทำคลอดอยู่

"ฉันทิ้งคนไข้ไปไม่ได้" หมอว่า "เอาอย่างนี้ เอามีดกรีดแผลงูกัดให้เป็นกากะบาด แล้วเอาปากดูดพิษออกจากแผล แล้วบ้วนพิษทิ้ง"

เขาวิ่งกลับไปหาเพื่อนซึ่งกำลังปวดร้าวอย่างมาก คนเจ็บถามว่า "หมอเขาว่ายังไง"  เพื่อนตอบว่า "หมอเขาบอกว่า ไม่มีทางรอด"

30 ส.ค. 2559 07:17

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น